เชียงใหม่ ชเนาเซอร์

บทความ

การฝังไมโครชิพ (Microchip)ในสุนัขชเนาเซอร์

25-06-2558 07:42:16น.

ไมโครชิพคืออะไร ทำไมสัตว์เลี้ยงของเราต้องมีไมโครชิพด้วย แล้วสัตวเลี้ยงของเราจำเป็นหรือไม่ที่ต้องฝังไมโครชิพ ดังนั้นเชียงใหม่ ชเนาเซอร์ จึงได้นำบทความเรื่อง ไมโครชิพมาเผยแพร่ให้กับเพื่อน ๆ ได้เข้าใจว่าทำไม ผู้คนในประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตนเองจึงต้องฝังไมโครชิพและประโยชน์ของมันคืออะไรนะคะ

 

ไมโครชิพ (Microchip) เป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กมาก บรรจุอยู่ในครอบแก้วซึ่งผ่านการพิสูจน์จนเชื่อมั่นว่าจะไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของร่างกายสัตว์ โดยไมโครชิพจะถูกกำหนดหมายเลขไว้ภายในจากโรงงานผู้ผลิต เราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหมายเลขนั้นๆได้ การอ่านหมายเลขต้องใช้ เครื่องอ่านรหัสไมโครชิพ (Microchip Reader) เป็นตัวแสดงผล การติดตั้งไมโครชิพจะทำโดยใช้เข็มที่ปลอดเชื้อแล้ว ฉีดไมโครชิพที่มีขนาดเล็กประมาณเม็ดข้าว เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณหลังของสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว เป็นต้น

         ไมโครชิพสามารถอยู่ในร่างกายสัตว์ได้นาน เช่นในสุนัขเราฉีดไมโครชิพครั้งเดียวสามารถคงอยู่ไปตลอดชีวิตสัตว์ โดยไม่ทำปฏิกิริยากับร่างกายแต่อย่างใด เราสามารถใช้ไมโครชิพในสัตว์ทุกประเภทตั้งแต่ขนาดเล็ก เช่น หนูทดลอง ปลา กิ้งก่า จนกระทั่งสัตว์ที่มีขนาดใหญ่เช่น ช้าง ในการติดไมโครชิพไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวสัตว์ และไม่มีข้อห้ามใดๆหลังจากฉีด ตลอดจนมีอันตรายในการฉีดไมโครชิพน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการทำเครื่องหมายอื่นๆ การฉีดไมโครชิพใช้เวลาน้อยมาก (ไม่ถึง 1 นาที) เราสามารถรับบริการนี้ได้จากคลินิคสัตว์แพทย์ และโรงพยาบาลสัตว์ที่เป็นศูนย์ติดตั้งไมโครชิพ โดยสามารถทราบได้จากป้ายที่มีเครื่องหมาย ศูนย์ติดตั้งไมโครชิพ บัตรประจำตัวสัตว์อิเล็กทรอนิกส์

เมื่อสัตว์เลี้ยงได้รับการฉีดไมโครชิพแล้ว จะต้องมีการเก็บบันทึกข้อมูลของสัตว์นั้นๆไว้ เพื่อประโยชน์ในการสืบค้น ข้อมูลที่จัดเก็บจะต้องมีอย่างน้อย 3 ประการคือ

1.       ข้อมูลของตัวสัตว์ อาทิ เป็นสัตว์ชนิดใด(สุนัข, แมว,นก เป็นต้น) ชื่อ เพศ พันธุ์ อายุ สี ตำหนิ หมายเลขที่เคยขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานอื่น เช่น สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขฯ

2.       ข้อมูลของเจ้าของสัตว์ คือ ชื่อ สกุล ที่อยู่ที่ติดต่อได้ และหมายเลขโทรศัพท์

3.       ข้อมูลของหน่วยงานที่ฉีดไมโครชิพ อาจเป็นหน่วยราชการ หรือสถานพยาบาลสัตว์ที่เป็นศูนย์ไมโครชิพ

         สิ่งสำคัญที่เราควรต้องรู้เกี่ยวกับไมโครชิพก็คือรหัสและหมายเลขของไมโครชิพในปัจจุบันที่มีด้วยกันทั้งหมด 15 หลัก ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 1784/11785 และแต่หมายเลขแต่ละหลักนั้นมีความสำคัญที่เราเองควรจะรับรู้เอาไว้ด้วยเช่นกัน

         สำหรับไมโครชิพระบบ ISO จะมีตัวเลข 15 หลัก โดย 3 หลักแรก จะระบุถึงประเทศ หรือบริษัทที่เป็นเจ้าของ ซึ่งรหัสประเทศไทยคือ 764 ซึ่งแต่ละประเทศก็จะใช้รหัสไม่เหมือนกัน แต่ในประเทศของเราตอนนี้ยังไม่ได้ใช้ตามรหัสที่ระบุ เนื่องจากของเราเองยังไม่มีหน่วยงานราชการใดที่รับผิดชอบ และสามารถออกหมายเลขของไม่โครชิพได้ ตอนนี้จึงจำเป็นที่จะต้องใช้หมายเลข 3 ตัวแรกเป็นรหัสของบริษัทที่ขึ้นทะเบียนผู้ผลิตไว้กับ ICAR ไปก่อน เพื่อไม่ให้หมายเลขของไมโครชิพออกมาซ้ำกัน ซึ่งปัจจุบันรหัสเริ่มต้นของ เพ็ทแทรคไทย คือ 900.012 XXX XXX XXX

        ส่วนหมายเลขอีก 12 หลักที่เหลือ จะเป็นเลขที่ถูกกำหนดขึ้นและเรียงตามกัน เพื่อไม่ให้ซ้ำ นั่นคือความหมายของ ไมโครชิพระบบ ISO ในอนาคตประเทศไทย คงใช้ไมโครชิพระบบ ISO ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางกรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง คงได้นำมาใช้ทั้งหมด ซึ่งในตอนนี้ที่เรานำมาใช้ และที่สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขใช้ ให้ความมั่นใจได้ว่า เป็นไม โครชิพระบบ ISO ที่เป็นสากล สามารถอ่านได้ทุกที่ ทั้งการนำสุนัขเข้ามาจากประเทศอื่นๆ เราสามารถอ่านได้และรู้ว่าสุนัขมาจากประเทศไหน

ประโยชน์ที่ได้รับจากไมโครชิพ

เมื่อสัตว์ของท่านติดไมโครชิพ หากเขามีนิสัยชอบหนีเที่ยวหรือบังเอิญหลุดออกไปจากบ้าน แม้ว่าไมโครชิพจะไม่สามารถติดตามได้ว่าขณะนี้สัตว์ของท่านอยุ่ที่ใด แต่อย่างน้อยหากมีผู้พบและนำมาให้ศูนย์ติดตั้งไมโครชิพที่มีอยู่ทั่วไปตรวจสอบหมายเลข หรือทางหน่วยงาน กทม. พบเข้าก้สามารถทราบเลขประจำตัวและตรวจสอบหาเจ้าของได้จากฐานข้อมูลที่เก็บบันทึกไว้ เขาจะถูกนำส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย หรือหากมีผู้จับสัตว์ไปอุปการะแต่ไม่ยอมคืนเจ้าของ ท่านก็สามารถยืนยันความเป็นเจ้าของได้จากใบรับรองการติดตั้งบัตรประจำตัวสัตว์อิเล็กทรอนิกส์

การซื้อขายไม่ผิดตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายสัตว์เลี้ยงก็ตาม ไมโครชิพจะทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา หากท่านเป็นผู้ขายและทำไมโครชิพในลูกสุนัขของท่านตั้งแต่เล็ก เมื่อมีผู้สนใจมาสั่งจองลูกสุนัขของท่าน ท่านสามารถให้หมายเลขไมโครชิพกับผู้สั่งจอง เมื่อถึงกำหนดวันรับตัวจะได้ไม่เกิดปัญหาการผิดตัวเกิดขึ้น

การพัฒนาสายพันธุ์ การติดไมโครชิพในพ่อแม่พันธุ์สัตว์เลี้ยงรวมถึงผลิตผลรุ่นต่อๆมา จะทำให้เกิดความแน่นอนในการยืนยันสายพันธุ์ และยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างแน่นอน

การทำทะเบียนในกรณีของกลุ่มชมรม หรือสมาคมที่เกียวข้องกับการมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการจัดทำทะเบียนโดยการทำเครื่องหมายที่สัตว์เลี้ยง ไมโครชิพสามารถจะให้หมายเลขที่แน่นอน การติดตั้งทำได้ง่ายและปลอดภัยและยังไม่ทำให้เกิดตำหนิภายนอกอีกด้วย โดยเฉพาะกับสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กก็สามารถติดไมโครชิพโดยไม่ทำให้ความสวยงามเสียไป เมื่อต้องการตรวจสอบก็สามารถทำได้ง่ายดายและรวดเร็ว

การประกวดสัตว์ ปัญหาการสลับตัวหรือการลงทะเบียนไว้ตัวหนึ่งและนำอีกตัวหนึ่งมาประกวด หรือการอ้างว่าสุนัขเป็นแชมเปี้ยนมาจากที่ใด ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากเรามีไมโครชิพเป็นเครื่องหมายประจำตัวสุนัขนั้นๆและที่สำคัญ ปัจจุบันนี้ ทางสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้ผู้ที่ต้องการทำเพ็ดดีกรีสำหรับสุนัขของตน ต้องทำการฝังไมโครชิพให้กับสุนัขของตนให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถทำการจดทะเบียนให้สุนัขของตนได้รับใบประวัติพันธุ์สุนัข ( Pedigree ) ที่ผ่านการรับรองจากทางสมาคม ฯ อีกด้วย

                         ทางเชียงใหม่ ชเนาเซอร์ ได้ทำการฝังไมโครชิพให้กับพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ของเรา และได้ทำการจดทะเบียนกับทางสมาคมฯ เรียบร้อยแล้ว และเพื่อน ๆ ยัง สามารถตรวจสอบหมายเลขไมโครชิพของสุนัขได้ที่    http://www.pettracthai.com/Inquiry.asp 

เพื่อทราบถึงรายละเอียดต่างของสุนัข  เช่น  พ่อพันธุ์ จัมโบ้ ได้ฝังไมโครชิพหมายเลข 900.012000738688 ,  แม่พันธุ์ บุญรอด ฝังไมโครชิพหมายเลข 900.012000739016 เป็นต้น

ขอขอบคุณ  ความรู้และบทความจาก ;   http://www.pettracthai.com